ประโยชน์ของข้าวไทย

ข้าว

  จัดเป็นอาหารหลักที่มีความสำคัญต่อประชากรโลก มีผู้คนว่าครึ่งโลกที่บริโภคข้าวเป็นอาหารหลัก ประเทศไทยเรานั้น มีการบริโภคข้าวเป็นอาหารหลัก นานมาแล้วจนถึงปัจจุบันนี้ก็ยังมีการบริโภคข้าว เป็นอาหารหลักอยู่ และที่สำคัญนั้น เป็นแหล่งของอาหารที่ให้พลังงานแก่ชีวิตในแต่ละวันของคนไทยเรา

           กองโภชนาการ ได้กำหนดข้อปฎิบัติการกินอาหารเพื่อสุขภาพที่ดีของคนไทยขึ้น 9 ข้อ หรือที่เรียกง่ายๆ ว่า “9 ข้อ เพื่อการกินดี มีสุข” 1 ใน 9 ข้อ นั้น มีอยู่ 1ข้อ ที่กำหนดไว้ว่า กินข้าวเป็นอาหารหลักและสลับกับอาหารประเภทแป้งเป็นบางมื้อ การกำหนดเช่นนี้ ก็เพราะต้องการให้คนไทยเราเห็นความสำคัญของข้าว เพราะปัจจุบันคนไทยเริ่มหันไปกิน อาหารอื่นแทนข้าวกันมากขึ้น จึงต้องรณรงค์ให้คนไทยกินข้าวต่อไป


        ข้าว  จัดเป็นอาหารหลักของคนทุกชาติทุกภาษา เพียงแต่ข้าวที่กินนั้นจะต่างชนิดกันออกไปอาจเป็นชนิดที่แปรรูป มาจากข้าวชนิดต่างๆ เช่น ข้าวเจ้า ข้าวเหนียว ข้าวโพด ข้าวสาลี ข้าวไรย์ ข้าวบาร์เลย์ ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็น   ธัญญพืชพวกข้าว ในประเทศไทยเราจัดข้าวอยู่ในอาหารหลักหมู่ที่  2   ให้สารอาหารคาร์โบไฮเดรต      นอกจากนี้ยังมีพวกวิตามินและแร่ธาตุ เป็นแหล่งที่ให้กำลังงานและความอบอุ่นจะเห็นได้ว่า คนไทย เรา   ส่วนใหญ่ยังคงบริโภคข้าวทุกวัน บ้างก็กินข้าวเจ้า บ้างก็กินข้าวเหนียว ในภาคเหนือและ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ   จะนิยมกินข้าวเหนียวมากกว่าข้าวเจ้า   ซึ่งก็แล้วแต่ความคุ้นเคย 

 คุณประโยชน์ของข้าวแต่ละชนิด

ข้าว หอมมะลิขาว มีคุณค่าจากโปรตีน เส้นใยอาหาร ป้องกันท้องผูก ไนอะซีนรักษาผิวหนังและระบบประสาท ธาตุเหล็กและทองแดงช่วงสร้างเม็ดโลหิต ป้องกันโลหิตจางเสริมสร้างส่วนที่สึกหรอ

ข้าวแดงหอมมะลิมีวิตามินบี 1 ป้องกันเหน็บชา วิตามินบี 2 ป้องกันปากนกกระจอกวิตามินบี 6 ป้องกันโรคเกี่ยวกับโรคผิวหนัง ไอโอดีนป้องกันคอหอยพอก ใยอาหารช่วยการขับถ่าย

ข้าวเบญจรงค์ (ทานข้าวคำเดียวได้คุณประโยชน์จากข้าวถึง 5 ชนิด) ทานง่ายสำหรับผู้เริ่มหัดทานข้าวกล้อง คุณประโยชน์ครบมีใยอาหารสูง มีประโยชน์ต่อระบบขับถ่าย วิตามินอีสูงช่วยในการต้านอนุมูลอิสระ มีธาตุเหล็ก โปรตีน และฟอสฟอรัสสูงช่วยบำรุงร่างกายให้แข็งแรงต้านโรค

ข้าวหอมนิล ในสารอาหารของข้าวมีโปรแกรม ธาตุเหล็ก และสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งมีมากกว่าข้าวโดยทั่วไปถึง 7 เท่า ลดความเสี่ยงของโรคมะเร็ง ใยอาหารในข้าวหอมนิลยังช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดได้อีกด้วย

ข้าวดอย มีวิตามินบี 1 มากกว่าข้าวขัดขาวถึง 371 เท่า มีแหล่งอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายไม่ต่ำกว่า 15 ชนิด เช่นคาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน ใบอาหาร เกลือแร่ ช่วยบำรุงร่างกาย ฟื้นฟูกำลังได้ดี เหมาะสำหรับผู้ป่วยพักฟื้น

ข้าวกล้องงอก มีสารต้านอนุมูลอิสระกลุ่มฟิโนลิค ช่วยยับยั้งการเกิดฝ้า  ชะลอความแก่ สารออริซานอลช่วยลดอาการผิดปกติของวัยทอง สารกาบา GABA ช่วยป้องกันโรคอัลไซเมอร์ ป้องกันความจำเสื่อม ช่วยให้ผ่อนคลายหลับสบาย ลดความดันโลหิต ใยอาหารควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ลดอาการท้องผูก วิตามินอีชะลอการเหี่ยวย่นของผิว

ข้าวหอมมะลิกล้อง มีจมูกข้าวและใยอาหารเป็นประโยชน์ต่อการสร้่างภูมิคุ้มกันโรคให้กับร่างกาย และระบบขับถ่าย ป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟัน อ่อนเพลีย ร่างกายไม่มีแรง ใยอาหารช่วยดูดซับของเสีย และสารพิษต่างๆ ออกจากร่างกาย ป้องกันการเกิดมะเร็งลำไส้

ข้าวหอมมะลิซ้อมมือ มีวิตามินบี 1 บี 2 ป้องกันโรคปากนกกระจอก และอาการเบื่ออาหารวิตามินบีรวม ป้องกันระบบประสาทอักเสบ บำรุงสมอง แคลเซี่ยม หอสหอรัส เสริมสร้างกระดูก ป้องกันการเป็นตระคริว แมงกานิสช่วยกระตุ้นเอนไซม์ และการเจริญเติบโต

ข้าวผัวไม่ลืม (ข้าวก่ำเหนียวดำ) มีฤทธิ์ต่อต้านอนุมูลอสระเช่นเดียวกับวิตามินอี แต่คุณสมบัติดีกว่า เนื่องจากโครงสร้างของสารสำคัญมีขาจับมากกว่าในวิตามินอี ทำให้การยึดเกาะพิ้นผิวมีประสิทธิภาพมากขึ้น ช่วยในเรื่องต้อกระจก และยังใช้เป็นยารักษาโรคตามภูมิปัญญาท้องถิ่น ทั้งอาการตกเลือดหลังคลอด โรคท้องร่วง และโรคผิวหนัง


          วัฒนธรรมที่สืบทอดกันมา


 ข้าว   ที่เรากินจะต้องผ่านกรรมวิธีสีเอาเปลือกข้าวออก ในเมล็ดข้าวจะมีวิตามินแร่ธาตุและสารอาหาร ที่สำคัญต่อร่างกายรวม 20 กว่าชนิด แต่ข้าวที่อุดมไปด้วยคุณค่าของสารอาหารที่กล่าวมานี้ จะต้อง ผ่านการสีแต่น้อย คือ สีเอาเปลือกข้าวหรือที่ชาวบ้านเรียกว่า “แกลบ” ออกโดยที่ยังมีจมูกข้าว และเยื่อหุ้มเมล็ดข้าวที่เราเรียกว่า “รำ” อยู่ ซึ่งจมูกข้าวและเยื่อหุ้มเมล็ดข้าวนี้มีคุณค่าอาหารที่มีประโยชน์มาก ข้าวที่มีคุณค่าอาหารก็คือ ข้าวกล้อง ข้าวซ้อมมื้อ ข้าวนึ่งก่อนสี ข้าวเสริมวิตามิน


 การที่จะกิน ข้าว เพื่อให้ได้คุณค่าของสารอาหารครบถ้วน สมบูรณ์ก็โดยการกินร่วมกับพวกถั่วเมล็ดแห้งต่างๆ จะทำให้คุณภาพของโปรตีน ในข้าวดีขึ้น เช่น จะใช้วิธีการง่ายๆ โดยการนึ่งหรือหุงข้าวใส่ถั่วเขียว ถั่วลิสงหรือถั่วดำ ถั่วแดง ตามความชอบ ถั่วแต่ละ ชนิดมีคุณค่าแตกต่างกันไป แต่ก่อนจะนำถั่วมานึ่งหรือหุงรวมกับข้าวนั้น ควรล้างแล้วแช่น้ำทิ้งไว้ประมาณ 3-4 ชั่วโมง ในน้ำธรรมดา ถ้าเป็นน้ำร้อนก็แช่ประมาณ 1 ชั่วโมง จะช่วยทำให้เอนไซม์บางตัวในถั่วไม่เกิดปฎิกริยาอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ มีแก๊ซ บางคนคิดว่ากินถั่วแล้วไม่ค่อยย่อย ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับกรรมวิธีการทำที่ถูกต้องด้วย ถ้ากินข้าวกล้องผสมถั่วได้ เป็นประจำจะทำให้เราได้คุณค่าสารอาหารที่สมบูรณ์ทดแทนเนื้อสัตว์ได้
ชนิดของข้าว
การแบ่งชนิดของข้าวทำได้หลายแบบ ขึ้นอยู่กับสิ่งที่ใช้เป็นมาตรการในการแบ่ง เช่น
1.แบ่งตามประเภทของเนื้อแข็งในเมล็ดข้าวสาร ก็จะได้เป็นข้าวเจ้าและข้าวเหนียว ซึ่งมีต้น และลักษณะ
        อย่างอื่นเหมือนกันทุกอย่าง แต่ต่างกันที่ประเภทของเนื้อแข็งในเมล็ด เมล็ดข้าวเจ้าประกอบด้วยแป้ง amylose
        ประมาณร้อยละ 15-30 ส่วนเมล็ดข้าวเหนียว ประกอบด้วยแป้ง amylose เป็นส่วนเล็กน้อย ประมาณร้อยละ
        5-7 เท่านั้น

 2.แบ่งตามสภาพพื้นที่ปลูก ก็จะได้เป็นข้าวไร่ ข้าวนาสวน
และข้าวขึ้นน้ำข้าวไร่ (upland rice)

         เป็นข้าวที่ปลูกได้ทั้งบนที่ราบและที่ลาดชัน ไม่ต้องทำคันนาเก็บกักน้ำ
        นิยมปลูกกันมากในบริเวณที่ราบสูงตามไหล่     เขาทางภาคเหนือ ภาคใต้
        ภาคตะวันออกและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ คิดเป็นเนื้อที่
        เพาะปลูกประมาณ ร้อยละ 10 ของเนื้อที่เพาะปลูกทั่วประเทศ
        ข้าวนาสวนหรือนาดำ (lowland rice) เป็นข้าวที่ปลูกในที่ลุ่มทั่วๆ
        ไป ในสภาพที่มีน้ำหล่อเลี้ยงต้นข้าวตั้งแต่ปลูกเนื้อที่เพาะปลูก
        ประมาณร้อยละ 80 ของเนื้อที่เพาะปลูกทั่วประเทศจนกระทั่ง
        ก่อนเก็บเกี่ยว โดยที่สามารถ รักษาระดับน้ำได้และระดับน้ำต้องไม่สูง
        เกิน 1 เมตร ข้าวนาสวนนิยมปลูกกันมากแทบทุกภาคของประเทศ
        คิดเป็น เนื้อที่เพาะปลูกประมาณร้อยละ 80 ของเนื้อที่เพาะปลูก
        ทั่วประเทศ
         ข้าวขึ้นน้ำหรือข้าวนาเมือง (floating rice) เป็นข้าวที่ปลูก
        ในแหล่งที่ไม่สามารถรักษาระดับน้ำได้ บางครั้งระดับน้ำในบริเวณที่ปลูก
        อาจสูงกว่า 1 เมตร ต้องใช้ข้าวพันธุ์พิเศษที่เรียกว่า ข้าวลอยหรือ
        ข้าวฟ่างลอยปลูก ส่วนมากปลูก แถบจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
        สุพรรณบุรี ลพบุรี พิจิตร อ่างทอง ชัยนาทและสิงห์บุรี
        คิดเป็นเนื้อที่เพาะปลูกประมาณร้อยละ 10 ของเนื้อที่เพาะปลูก
        ทั่วประเทศ 

3.แบ่งตามอายุการเก็บเกี่ยว ก็จะได้ข้าวเบา ข้าวกลาง และข้าวหนัก
        ข้าวเบามีอายุการเก็บเกี่ยว 90-100 วัน ข้าวกลาง100-120 วัน 
        และข้าวหนัก ตั้งแต่ 120 วันขึ้นไป อายุการเก็บเกี่ยวนับแต่เพาะกล้า
        หรือหว่านข้าวในนาจนเก็บเกี่ยว

4.แบ่งตามลักษณะความไวต่อแสง ก็จะได้ข้าวที่ไวและไม่ไวต่อแสง ข้าวที่ไวต่อแสง จะมีอายุการเก็บเกี่ยวที่ไม่แน่
        นอน เพราะจะออกดอกในช่วงเดือนที่มีความยาวของกลางวันสั้นกว่ากลางคืน ในประเทศไทยช่วงดังกล่าวเริ่มเดือน
        ตุลาคม ฉะนั้น ข้าวพวกนี้ต้องปลูกในฤดูนาปี (ฤดูฝน) เท่านั้น ส่วนข้าวที่ไม่ไวต่อแสง จะสามารถปลูกได้ทุกฤดูกาล

5.แบ่งตามรูปร่างของเมล็ดข้าวสาร ก็จะได้
         ข้าวเมล็ดสั้น (short grain) ความยาวของเมล็ดไม่เกิน
        5.50 มิลลิเมตร
         ข้าวเมล็ดยาวปานกลาง (medium-long grain)
        ความยาวของเมล็ดตั้งแต่ 5.51-6.60 มิลลิเมตร
         ข้าวเมล็ดยาว (long grain) ความยาวของเมล็ดตั้งแต่
        6.61-7.50 มิลลิเมตร
         ข้าวเมล็ดยาวมาก (extra-long grain)
         ความยาว ของเมล็ดตั้งแต่ 7.51 มิลลิเมตร ขึ้นไป

 6. แบ่งตามฤดูปลูก ก็จะได้ข้าวนาปีและข้าวนาปรัง
        (ข้าวนาน้ำฝน) ข้าวนาปี หรือข้าวนาน้ำฝน
        คือข้าวที่ปลูกในฤดูการทำนาปกติ เริ่มตั้งแต่เดือนพฤษภาคมถึงตุลาคมและจะเก็บเกี่ยวเสร็จสิ้นล่าสุด         ไม่เกินเดือนกุมภาพันธ์ ส่วนข้าวนาปรัง คือข้าวที่ปลูกนอกฤดูการทำนาปกติ เริ่มตั้งแต่เดือนมกราคมในบางท้องที่
         และจะเก็บเกี่ยวอย่างช้าที่สุดไม่เกินเดือนเมษายน นิยมปลูกในท้องที่ที่มีการชลประทานดี


           ข้าวกล้อง นั้นในสมัยก่อนเรียกว่า ข้าวซ้อมมื้อ หรือข้าวแดง ในสมัยก่อนชาวบ้านใช้วิธีตำข้าวกินกันเอง ซึ่งมักใช้ครกกระเดื่องตำจึงเรียกว่าข้าวซ้อมมื้อ ปัจจุบันนี้จะไม่มีให้เห็นโดยทั่วไปแล้ว จะมีก็ ในหมู่บ้านที่ห่างไกลตัวเมืองอย่างบนพื้นที่สูง เราจะพบชาวเขานำมาขายข้างทาง ซึ่งถ้าซื้อมา บริโภคจะมีประโยชน์มาก ในสมัยก่อนนั้นเราจะเห็นพวกชาวเขาและพวกชาวบ้านจะมีสุขภาพ พลานามัยดี หน้าตาไม่ซีดเซียว ไม่ขาดสารอาหาร แต่ในปัจจุบัน พบว่า ในบางพื้นที่มีการ ขาดสารอาหาร ซึ่งสามารถสังเกตได้ว่ามีหน้าตาซีดเซียว ไม่แข็งแรงในบางราย ซึ่งจากการสังเกต และสอบถามดูจะรู้ว่าอาหารการกินของเขาในแต่ละวันนั้นเปลี่ยนไปจากเดิม เมื่อก่อนเคยกินข้าวกล้อง ผัก ผลไม้ อุดมสมบูรณ์ แต่ปัจจุบันกินข้าวขาว กินอาหารที่แปรรูปมากขึ้น ทำให้ได้สารอาหารไม่เพียงพอ อาหารที่มีวางจำหน่ายในร้านค้าในหมู่บ้าน ก็พบว่ามีอาหารสำเร็จรูปเป็นพวกขนมปัง แครกเกอร์ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปรสต่างๆ มากมาย และขนมใส่สีอีกมากมายหลากหลายชนิด เท่าที่สังเกตดูส่วน ประกอบของอาหารสำเร็จรูปเหล่านี้มีคุณค่าทางโภชนาการน้อยมาก จะมีก็แต่ในรูปของแป้งและ น้ำตาล ซึ่งไม่ ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อร่างกาย ถ้าเทียบกับการบริโภคข้าวและอาหารไทยๆ ในสมัยก่อนจะมีประโยชน์มากกว่า

ข้าวกล้อง นั้นจะมีโปรตีนประมาณ 7-12 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งก็แล้วแต่พันธุ์ข้าว การขัดสีข้าวกล้องจนมีสีข้าวจะทำ ให้โปรตีนสูญหายไปประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์ ถ้าดูอย่างผิวเผิน การสูญเสียเพียงแต่นี้ไม่มากนัก ซึ่งคนส่วนใหญ่กินข้าวกันวันล3 มื้อ และข้าวเป็นอาหารที่เรากินมากที่สุด จึงจำเป็นที่เราควรจะ คำนึงถึงคุณค่าในสิ่งที่เรากินเข้าไป ข้าวขาวที่กินในแต่ละวันนั้นมีคุณค่าสารอาหารน้อยกว่าข้าวกล้อง ในข้าวกล้องจะมีคุณค่าแร่ธาตุมากมาย ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย คือมีวิตามินบีรวม ซึ่งจะช่วยห้องกัน และบรรเทาอาการอ่อนเพลีย แขน ขา ไม่มีแรง ปวดกล้ามเนื้อ โรคผิวหนังบางชนิด บำรุงสมอง ทำ ให้เจริญอาหาร
วิตามินบี 1 ซึ่งถ้าจะกินพวกข้าวกล้อง ข้าวซ้อมมือ ข้าวนึ่งก่อนสี ข้าวเสริมวิตามินจะช่วยป้องกันโรคเหน็บชาได้
วิตามินบี 2 ซึ่งจะช่วยป้องกันโรคปากนกกระจอก คือ จะมีอาการเป็นแผลที่มุมปาก ทั้งสองข้าง ริมฝีปากบวม ร่างกายอ่อนเพลีย เบื่ออาหาร ตาสู้แสงไม่ได้
แร่ธาตุ ฟอสฟอรัส ซึ่งจะช่วยในการเจริญเติบโตของกระดูกและฟัน
แร่ธาตุ แคลเซียม จะช่วยลดอาการเป็นตะคริว
แร่ธาตุทองแดง จะช่วยในการสร้างเม็ดเลือด
แร่ธาตุเหล็ก ช่วยป้องกันโรคโลหิตจางและช่วยในการสร้างเม็ด

สารอาหารโปรตีน จะช่วยเสริมสร้างส่วนที่สึกหรอของร่างกาย แต่เนื่องจากโปรตีนในข้าวเป็นโปรตีนที่ไม่สมบูรณ์
                       นอกจากนี้แล้ว ข้าวกล้อง จะมีสารอาหารไขมัน ให้พลังงานแก่ร่างกาย โดยเฉพาะน้ำมันในข้าวกล้อง เป็นน้ำมันที่ไม่มีโคเลสเตอรอลหรือไขมันในเลือด เพราะถ้ามีมากจะก่อให้เกิดโทษต่อร่างกายในข้าวกล้องมี ไนอะซิน เป็นวิตามินชนิดหนึ่งที่จำเป็นสำหรับสุขภาพของผิวหนัง ลิ้น การทำงานของกระเพาะอาหารและลำไส้ รวมทั้งการทำงานของระบบประสาท และโรคที่เกิดจากการขาดไนอะซิน ซึ่งมีอาการท้องเสีย ความจำเสื่อม และอาการโรคผิวหนังหยาบและอักเสบแดง นอกจากนี้ การกินข้าวกล้องจะได้กากอาหารมาก ซึ่งจะทำให้ท้อง ไม่ผูกและยังช่วยป้องกันมะเร็งในลำไส้อีกด้วยคุณค่าอาหารที่กล่าวมาข้างต้นนี้ มีประโยชน์และจำเป็นที่ร่างกายต้องได้รับ ดังนั้น ในการบริโภคข้าว ควรจะได้คำนึงถึงในเรื่องนี้ เพื่อสุขภาพต่อตัวท่านเองและคนในครอบครัวด้วย จึงมีข้อกำหนดในข้อที่ 2 ดังกล่าวข้างต้นแล้วว่า กินข้าวเป็นอาหารหลักสลับกับอาหารประเภทแป้งเป็นบางมื้อ ซึ่งในความเป็นจริง แล้วเราต้องการให้กินอาหารที่มีประโยชน์มากกว่าพวกแป้ง ถ้าเป็นพวกข้าวกล้อง หัวเผือก หัวมัน ข้าวโพด จะดีกว่า แต่ในปัจจุบันวิถีชีวิตของคนไทยเปลี่ยนไป จึงมีการอนุโลมให้กินอาหารประเภทแป้งเป็นบางมื้อ สลับกับข้าวที่เป็นอาหารหลัก ไม่ใช่เป็นพวกแป้งทุกมื้อ จะทำให้ร่างกายขาดสารอาหารได้

 

                เทคนิคการปลูกข้าวนะค่ะ !

การปลูกข้าวแบบน้ำน้อย เทคนิค SRI

สุนทราภรณ์ – รำวงเกี่ยวข้าว

About these ads

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s